คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจถึงความรู้สึกที่มีให้ ลิโอเนล เมสซี่



คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดแข้งโปรตุกีส เปิดใจถึง ลิโอเนล เมสซี่ ว่าเป็นคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมเสมอมา และมีส่วนเป็นอย่างมากที่ช่วยกระตุ้นให้เขายังคงมีความกระหายในความสำเร็จอยู่ พร้อมกับอวยพรขอให้แข้งอาร์เจนไตน์ยังคงค้าแข้งได้อีกนาน จากรายงานของ sportbible.com เมื่อ 15 พฤษภาคม 2563

        สำหรับนักฟุตบอลในยุคนี้คงจะไม่มีใครเหนือไปกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ อีกแล้ว เพราะทั้งสองคนต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแบบไม่มีตก มาตลอดกว่า 17 ปีบนถนนสายลูกหนัง โดยเฉพาะตอนที่ โรนัลโด้ ยังคงเล่นให้ เรอัล มาดริด ใน ลา ลีกา สเปน ทั้งคู่ต่างเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อเป็นอย่างมาก

        คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจว่า "แน่นอน ผมอยากให้ เลโอ ยังคงได้ลงเล่นฟุตบอลไปอีกนานแสนนาน ผมจำได้เขาเคยบอกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไรนักตอนที่ผมย้ายออกมาจาก เรอัล มาดริด เพราะผมคือคู่แข่งตัวฉกาจของเขา และเขายังชื่นชมผมมากอีกด้วย"

        "เราคือคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ในวงการฟุตบอล เช่นเดียวกับ ไมเคิล จอร์แดน ที่มีคู่แข่งมากมายใน NBA ไอร์ตัน เซนน่า กับ อแล็ง พร็อสต์ ก็เป็นคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมในวงการรถแข่ง"

        "แต่สำหรับผมแล้ว เลโอ คือคู่แข่งที่เจ๋งเป้งสุด ๆ เช่นกัน เพราะว่ามีเขาอยู่ เลยทำให้ผมยังไม่เคยรู้สึกหมดความกระหายในเกมฟุตบอลลงเลย"

        ทั้งนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นฟุตบอลในระดับสูงมาอย่างยาวนานกว่า 17 ปี ลงสนามไปทั้งหมด 838 นัด ยิงได้ 626 ประตู ส่วน เลโอ เมสซี่ ลงเล่นไป 718 นัด ทำได้ 627 ประตู

แฟนพรีเมียร์ลีกเฮลั่น!รัฐบาลอังกฤษเปิดไฟเขียวฟุตบอลกลับมาเตะ มิ.ย.



คอลูกหนังอังกฤษได้ยิ้มกว้าง เพราะล่าสุดรัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เกมฟุตบอลสามารถกลับมาแข่งขันได้ต่อตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งตอนนี้เหลือแค่การตัดสินใจของทาง พรีเมียร์ลีก เท่านั้น

    โอลิเวอร์ ดาวเด้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล, วัฒนธรรม, สื่อ และการกีฬา ยืนยันว่า ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และลีกล่างต่างๆ ประจำฤดูกาล 2019/20 สามารถกลับมาแข่งขันต่อได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ ดาวเด้น พูดในระหว่างการประชุมกับ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ), พรีเมียร์ลีก และ ฟุตบอลลีก อังกฤษ เกี่ยวกับแผนการที่จะกลับมาแข่งขันฟุตบอลอีกครั้ง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยที่ทาง พรีเมียร์ลีก มีคิวประชุมใหญ่อีกครั้งในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคมนี้ เพื่อสรุป "โปรเจ็กต์ รีสตาร์ท" และคาดว่าน่าจะกลับมาฟาดแข้งกันต่อได้ในวันที่ 12 มิถุนายน โดยเป็นการแข่งแบบสนามปิด 

    "เราทุกคนต่างเห็นด้วยที่จะให้เป็นไปตามนั้น ถ้าหากปลอดภัย เรื่องสุขภาพ และสวิสดิภาพของตัวผู้เล่น, โค้ช และสต๊าฟฟ์ทุกคน ต้องมาก่อน ตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานของฟุตบอลแล้ว ที่จะตอบตกลงและสรุปรายละเอียดต่างๆ ตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งมันเป็นผลดีโดยรวมต่อทั้งแฟนบอล, วงการฟุตบอล และประเทศชาติ ทางรัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ต่างพร้อมที่จะให้คำแนะนำและสนับสนุนเกมฟุตบอลต่อไปเรื่อยๆ" ดาวเด้น ระบุ

    นอกจากนี้ ดาวเด้น ยังเน้นย้ำว่า ควรจะให้แฟนบอลได้รับชมการถ่ายทอดสดที่บ้านอย่างทั่วถึง และตรวจสอบให้แน่ใจว่า การกลับมาแข่งขันใหม่จะไม่ส่งผลกระทบต่อด้านการเงินในวงกว้าง

ตราหมีปวดใจ! ‘เปามาร์ค’รับประตูรามอสชิง UCL ล้ำหน้า



อดีตเชิ้ตดำคนดังของอังกฤษ ยอมรับ ประตูของ เซร์คิโอ รามอส ในเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2016 กับ แอต.มาดริด เป็นลูกล้ำหน้า

มาร์ค แคลทเทนเบิร์ก อดีตผู้ตัดสินมือหนึ่งของอังกฤษ ยอมรับ ประตูของ เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด ในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2016 กับ แอต.มาดริด เป็นลูกล้ำหน้า

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 15 โทนี โครส เปิดลูกฟรีคิกเข้าไปในเขตโทษ แกเร็ธ เบล โหม่งเช็ดบอลเลยไปถึงรามอสล้มตัวชาร์จเข้าไป ซึ่งตอนนั้นยังไม่มี VAR ราชันชุดขาวจึงได้ประโยชน์ได้ประตูขึ้นนำ 1-0

"ในเกมนัดชิงวันนั้น เรอัล มาดริด ขึ้นนำ 1-0 ในครึ่งแรก แต่ประตูนั้นมีการล้ำหน้าเล็กน้อย ผมเพิ่งมารู้ตอนพักครึ่ง" แคลทเทนเบิร์ก เขียนผ่านคอลัมน์ใน Daily Mail

"มันเป็นการตัดสินที่ยาก และผู้ช่วยของผมก็พลาด"

ขณะเดียวกัน แคลทเทนเบิร์กยังเล่าถึงจังหวะเป่าจุดโทษให้กับทีมตราหมี จากจังหวะที่ เปเป้ ขัดขา เฟร์นันโด ตอร์เรส ด้วยว่า "ผมเป่าจุดโทษให้แอต.มาดริดในช่วงต้นครึ่งหลัง ในจังหวะที่เปเป้ทำฟาวล์ตอร์เรส"

"เปเป้โมโหมาก เขาพูดกับผมเป็นภาษาอังกฤษที่ชัดมากว่า ‘ไม่มีทางเป็นจุดโทษ มาร์ค’ "

"ผมจึงตอบกลับไปว่า ‘ประตูแรกของนายก็ไม่ควรได้’ มันทำให้เขาเงียบไปเลย"

อย่างไรก็ดี อองตวน กรีซมันน์ ยิงจุดโทษลูกนั้นไปชนคาน แต่แอต.มาดริดตามตีเสมอจนได้จาก ยานนิค การ์รัสโก้ ในนาทีที่ 79 ก่อนทั้งสองทีมจะเสมอกันใน 120 นาที 1-1 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการดวลจุดโทษ ผลปรากฎว่า เรอัล มาดริด ยิงแม่นกว่าเอาชนะไปด้วยสกอร์ 5-3

สุดเข้มงวด! เลิฟถูกห้ามเข้าสนามบุนเดสลีกา



บุนเดสเทรนเนอร์จะหมดสิทธิ์เข้าไปชมเกมในสนาม เมื่อบุนเดสลีกากลับมาแข่งในสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากระเบียบการสุดเข้มงวดที่คลอดออกมา

โยอาคิม เลิฟ ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูฟอร์มนักเตะในเกมบุนเดสลีกา ตามรายงานจาก Bild

บุนเดสลีกาจะกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในวันเสาร์นี้ หลังจากหยุดแข่งไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

การกลับมาแข่งคราวนี้จะลงเล่นกันในสนามปิด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยสมาคมฟุตบอลเยอรมันจะอนุญาตให้นักเตะ, สตาฟฟ์, ทีมแพทย์, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และนักข่าวที่ผ่านการคัดเลือก เข้าสนามในวันแข่งเท่านั้น

เดเอฟเบเข้มงวดกับการรักความปลิดภัยมาก แม้แต่ โยคาคิม เลิฟ ยังไม่สามารถเข้าไปชมเกมในสนามได้

ยานแม่ดูดไม่ขึ้น! 8 สตาร์ผู้เคยป่าวประกาศว่าปฏิเสธบาร์ซ่ามาแล้ว

การได้ไปอยู่สโมสรยักษ์ใหญ่ของโลก คงเป็นจุดหมายของนักฟุตบอลหลายๆคน ขณะเดียวกันตัวสโมสรเองก็พยายามโน้มน้าวใจให้ผู้เล่นที่มีคุณภาพเข้ามาสู่ทีมด้วย ทีมที่ประสบความสำเร็จมากมายอย่าง บาร์เซโลน่า ก็เรียกได้ยากที่ใครจะปฏิเสธลงเมื่อยื่นข้อเสนอมา ทว่ายังมีนักเตะที่เลือกจะไม่เดินตามทางเลือกนี้ด้วยเหตุผลบางประการ เราจึงมาดูตัวอย่างของนักเตะในกลุ่มนี้ที่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าปัดข้อเสนอของทีม "เจ้าบุญทุ่ม" มาแล้ว
1.เควิน กาไมโร่

    หลังจากคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก กับเซบีย่าได้สำเร็จ เควิน กาไมโร่ ตกเป็นที่ต้องการตัวจากทีมยักษ์ใหญ่ในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ซึ่งหนึ่งทีมที่มีโอกาสคว้าตัวมากที่สุดนั่นก็คือ บาร์เซโลน่า

    อย่างไรก็ตามเจ้าตัวออกมาให้สัมภาษณ์ในปีถัดมาว่าได้ปฏิเสธข้อเสนอจากทีม “เจ้าบุญทุ่ม” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่อยากเป็นลงเอยแบบ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าซึ่งเจ้าตัวเคารพเป็นอย่างมากแต่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

    “เมื่อช่วงซัมเมอร์ มีทางเลือกระหว่างไป บาร์เซโลน่า หรือ แอตเลติโก มาดริด แต่จะให้ผมไปทำอะไรที่บาร์เซโลน่าในเมื่อมีผู้เล่นอย่าง เนย์มาร์, เมสซี่ และซัวเรซ  อยู่แล้ว พวกเขามีนักเตะที่ต้องการลงเล่นทุกแมตช์ แถมยังปฏิเสธที่จะออกจากสนามในช่วง 10 นาทีสุดท้ายอีก นั่นเป็นสิ่งที่เกิดกับ อิบราฮิโมวิช” กาไมโร่ กล่าว

    แน่นอนว่า กาไมโร่ เลือกเซ็นสัญญากับ แอต.มาดริด ด้วยค่าตัว 29 ล้านปอนด์ ทำให้บาร์ซ่าหันไปคว้าตัว ปาโก้ อัลกาเซร์ แทนแต่สุดท้าย อัลกาแซร์ เองก็แทบไม่ได้ลงสนามจนต้องย้ายทีม นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม กาไมโร่ เลือกปฏิเสธบาร์ซ่า แม้ว่าสุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องลาจากทัพ “ตราหมี” เหมือนกันและไปอยู่กับ บาเลนเซีย ในปี 2018 แถมยังเรียกฟอร์มเก่งไม่ได้หลังซัดแค่ 19 ประตูจาก 84 นัดที่ลงเล่นในทุกรายการ

2.โกเก้

 

    แอตเลติโก มาดริด ขึ้นไปสู่จุดพีคด้วยการคว้าแชมป์ลาลีกาพร้อมกับเข้าชิงชนะเลิศ ชปล. ปี 2014 แต่หลังจากนั้นสตาร์ของทีมก็เริ่มแยกย้ายไปหาความท้าทายใหม่ๆไม่ว่าจะเป็น ฟิลิปเป้ ลุยซ์, ดีเอโก คอสต้า หรือติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่ย้ายไปอยู่เชลซ๊กันหมด ขณะที่ เจา มิรานด้า ออกไปอยู่ดับ อินเตอร์ มิลาน

    แน่นอนว่า โกเก้ ก็มีข่าวย้ายทีมด้วย โดย บาร์ซ่าต้องการเขามาเป็นตัวแทนของ ชาบี เอร์นานเดซ แต่ทว่า โกเก้ ยังคงรักทีม “ตราหมี” และปฏิเสธทุกข้อเสนอ

    “ความจริง ส่วนหนึ่งในตัวผมบอกว่ามันยากเหลือเกินที่จะปฏิเสธบาร์ซ่า แต่ผมอยากอยู่กับ แอต.มาดริด ต่อไปอีกหลายปี มันไม่ใช่เวลาที่จะจากทีม นี่เป็นบ้านของผม ที่ที่ผมรู้สึกเป็นที่ต้องการและสโมสรก็ไม่ได้จำเป็นต้องขายผมด้วย ผมจะไปบาร์ซ่าได้อย่างไรในเมื่อผมกำลังอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดกับ แอต.มาดริด”

    “มันไม่ง่ายเลยที่จะปฏิเสธบาร์ซ่า และผมก็ขอบคุณสำหรับความสนใจของพวกเขา สิ่งนี้มันหมายความว่าสิ่งที่ผมทำไปมันมีความหมายแล้ว แต่ตอนนี้ผมอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว” โกเก้ ผู้ซึ่งต่อมาคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีกและยูโรเปียน ซูเปอร์ คัพ กล่าว

3.มาร์โก อเซนซิโอ

    หนึ่งในลูกรักของ ซีเนดีน ซีดาน ที่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังเอ็นเข่าฉีกขาดหมดสิทธิ์ลงเล่นในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามความจริงก่อนจะมาซบ "ราชันชุดขาว" เขาเกือบจะได้ย้ายไปร่วมทัพคู่อริอย่าง บาร์เซโลน่า ด้วย

    สองยักษ์ใหญ่ของสเปนเคยแข่งขันกันแย่งตัว อเซนซิโอ สมัยที่เขาอยู่กับ เรอัล มายอร์ก้า โดยบาร์ซ่ายื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินแค่ 2.2 ล้านปอนด์ซึ่งต้นสังกัดของเขาต้องการเม็ดเงิน 4 ล้านปอนด์ ส่งผลให้พลาดคว้าตัว ก่อนที่แข้งทีมชาติสเปน จะโยกซบ "ราชันชุดขาว" ในท้ายที่สุด

    “ผมมีโอกาสที่จะไปบาร์เซโลน่าและทีมอื่นๆ แต่ผมเลือกที่จะมาเรอัล มาดริด นั่นทำให้ผมไม่สามารถสวมเสื้อบาร์ซ่าได้ในตอนนี้ จุดหมายของผมคือต้องการเป็นตัวจริง แต่ที่บาร์ซ่ามีผู้เล่นคนสำคัญที่ลงสนามหลายปีให้กับสโมสรอยู่แล้ว” อเซนซิโอ กล่าว

4.ราฟาเอล เกร์เรยโร่

    หลังจากเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติโปรตุเกสชุดแชมป์ฟุตบอลยูโรปี 2016 ทำให้ ราฟาเอล เกร์เรยโร่ มีทางเลือกมากมายหากย้ายออกจากทีม ลอริยองต์ ในลีกเอิง

    “มันเป็นตัดสินใจที่ยากมากในการปฏิเสธบาร์เซโลน่า แต่มีช่วงเวลาที่ผมต้องตัดสินใจและข้อเสนอของดอร์ทมุนด์โน้มน้าวใจผมมากที่สุด” เกร์เรยโร่ กล่าว

    เกร์เรยโร่ ปฏิเสธการย้ายไปอยู่ที่ คัมป์ นู เหตุผลคล้ายๆกับเควิน กาไมโร่ นั่นเป็นเพราะเขาต้องลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งสึดท้ายเจ้าตัวกลายเป็นแข้งคนสำคัญของทีม “เสือเหลือง” หลังลงเล่น 29 นัดในทุกรายการ ซัด 5 ประตู และช่วยดอร์ทมุนด์ ลุ้นแชมป์กับบาเยิร์น มิวนิค

5.เมาริซิโอ เลมอส

    เมาริซิโอ เลมอส เป็นข่าววมีโอกาสที่จะย้ายไปบาร์เซโลน่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ 4 ปีที่แล้ว แต่เหตุผลที่สำคัญที่เจ้าตัวต้องการอยู่ ลาส พัลมาส ต่อไปเป็นเพราะต้องพัฒนาตัวเองมากกว่านี้จึงต้องลงเล่นในสนามมากขึ้น

    “เรากำลังพูดถึงหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก (บาร์เซโลน่า) แต่ในวัยแค่ 20 ปีผมคงไม่ได้ลงเล่นที่นั่นมากนัก ผมคิดว่าทางเลือกที่ดี่สุดคือการอยู่กับ ลาส พัลมาส ต่อไป อะไรก็เกิดขึ้นได้ในฟุตบอล คุณไม่มีทางรู้ว่าคุณมีเวลามากแค่ไหนที่จะพัฒนาตัวเอง” เลมอส  กล่าว

    เจ้าตัวได้รับโอกาสขึ้นไปติดทีมชาติอุรุกวัยชุดใหญ่ด้วย หลังจากลงเล่นให้ ลาส พัลมาส 54 นัด เลมอส ก็ถูกส่งไปยืมตัวที่ ซาสซูโอโล่ แต่ก็ลงเล่นได้แค่ 12 นัดก่อนจะกลับมายังต้นสังกัดเดิม

6.ติอาโก้ ซิลวา

    ซิลวา สร้างชื่อสมัยอยู่กับ เอซี มิลาน จนหลายคนคาดว่าสถานีต่อไปของเจ้าตัวคงหนีไม่พ้นทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่าแน่นอนเพราะเป็นทีมในฝันของเขา แต่สุดท้าย ซิลวา ย้ายไปคว้าความนสำเร็จกับ เปแอสเช แทน

    “ตอนที่ผมอยู่กับ มิลาน ผมมีการพูดคุยกับ บาร์ซ่า และผมได้ขอบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ แต่พวกเขาไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจน ผมจึงเห็นแล้วว่านั่นเป็นสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีสำหรับผม ด้วยความเคารพนะคุณ ซานโดร โรเซลล์ ประธานสโมสรของบาร์ซ่า แต่ข้อเสนอนั้นไม่ผ่าน“ ซิลวา กล่าวกับสื่อชื่อดัง อีเอสพีเอ็น

7.ดาริโอ เซอร์น่า

    กรณีด้านบนที่กล่าวมาส่วนใหญ่จะเป็นแข้งดาวรุ่งที่ปฏิเสธย้ายร่วมทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” เนื่องจากพวกเขาต้องการพัฒนาและลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นยังมีโอกาสที่ในอนาคตจะเก็บข้าวไปอยู่ที่คัมป์ นู แต่ไม่ใช่กับกรณีนี้

    ปกติแล้วถ้าบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอให้กับสตาร์ที่เริ่มอายุเยอะพวกเขาคงตอบตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรเลย แต่กับ ดาริโอ เซอร์น่า ตำนานปราการหลังชาวโครเอเชีย ไม่ใช่อย่างที่คิด ตอนนั้นเขาอยู่ในวัย 35 ปีและมีโอกาสที่จะย้ายไปบาร์ซ่าเดือนมกราคมปี 2017 แต่เจ้าตัวกลับเลือกอยู่ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค สโมสรอันเป็นที่รักของเขาต่อไป โดยเจ้าตัวค้าแข้งมากับทีมตั้งแต่ปี 2013

    “ผมต้องการแขวนสตั๊ดที่ ชัคตาร์ และเมื่อประธานสโมสรบอกกับผมว่าจะเสนอสัญญาใหม่ให้ ผมก็ได้แต่ขอบคุณเขาเป็นการตอบแทน ผมยอมตกลงทุกข้อเสนอที่เขาให้ พวกคุณคงรู้เรื่องผมกับบาร์เซโลน่าแล้วสินะ แต่เหมือนกับที่ผมบอก หัวใจของผมอยู่ที่นี่ ผมแฮปปี้ที่ชัคตาร์” เซอร์น่า กล่าว

    อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเจ้าตัวโดนตรวจพบการใช้สารกระตุ้นทำให้โดนแบนจากการแข่งขันหนึ่งปี ก่อนจะเซ็นสัญญากับ กายารี่ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และกลับมายังชัคตาร์ฤดูกาลนี้ในฐานะผู้ช่วยโค้ช

8.ดาวิด ลุยซ์

    ก่อนที่ ดาวิด ลุยซ์ จะย้ายไป เปแอสเช ด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ในปี 2011 ความจริงแล้วไม่ได้มีแค่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่สนใจแค่ทีมเดียว แต่ยังมี บาร์เซโลน่า อีกหนึ่งทีมซึ่งเกือบจะคว้าตัวเขาได้ด้วยซ้ำ

    “มันเป็นเรื่องจริงที่พวกเขา (บาร์ซ่า) พยายามคว้าตัวผมสองสามครั้ง และทุกๆอย่างมันก็เหมือนไปได้ดี แต่สุดท้ายผมตระหนักว่าทีมที่ต้องการผมจริงๆคือ เปแอสเช” ลุยซ์ กล่าว

    อย่างที่ทุกคนทราบดี ลุยซ์​ ย้ายกลับมาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ อีกครึ่งและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และยูโรปา ลีก ก่อนจะย้ายไปอยู่กับคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง อาร์เซน่อล ในปี 2019

 

ริโอ-เทอร์รี่-ฟานไดค์?ก็องปานีชี้ใครกองหลังเจ๋งสุดพรีเมียร์ลีก

หนึ่งในสุดยอดเซนเตอร์แบ็กให้ความเห็นเอง! แว็งซองต์ ก็องปานี ชี้นักเตะคนไหนคู่ควรถูกยกให้เป็นกองหลังที่เจ๋งสุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก
    แว็งซองต์ ก็องปานี อดีตปราการหลังกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยกย่องให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็ก ลิเวอร์พูล เป็นกองหลังที่ยอดเยี่ยมสุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก โดยเหนือกว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ จอห์น เทอร์รี่ สองตำนาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เสียอีก

    ก็องปานี ที่เวลานี้ไปอยู่กับ อันเดอร์เลชท์ สโมสรในลีกเบลเยียม เผยผ่าน สปอร์ฟ สื่อบ้านเกิดว่า "ผมเลือก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ให้เป็นกองหลังที่ยอดเยี่ยมสุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก มันอาจเป็นตัวเลือกที่แปลกอยู่บ้าง เพราะเขายังไม่ได้เล่นมานานเหมือน เทอร์รี่ และ เฟอร์ดินานด์"

    "ทั้งสองคนนั้นเล่นในลีกเป็นเวลายาวนานมาก แต่สัญญาณที่ ฟาน ไดค์ ส่งออกมาในช่วง 2-3 ฤดูกาลที่ผ่านมา บ่งบอกชัดเจนว่า เขาเล่นได้ในระดับสูงสุด และจะดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต เขาสร้างความแตกต่างอย่างมากให้กับทีมของเขา"

    "เขาไม่เคยยืนคนเดียว มันเกี่ยวกับการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม และวิธีการทำให้ทีมของคุณแข็งแกร่งขึ้น ลิเวอร์พูล ก่อนมี ฟาน ไดค์ เป็นอีกแบบ แต่หลังมี ฟาน ไดค์ เป็นทีมที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมผมถึงเลือกเขาให้เป็นกองหลังดีสุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก" ก็องปานี กล่าว

    ในฤดูกาลนี้ ฟาน ไดค์ ลงเล่นไป 41 นัดทุกรายการ ทำได้ 4 ประตู และ 2 แอสซิสต์ รวมทั้งช่วยให้ ลิเวอร์พูล เก็บ 12 คลีนชีตใน พรีเมียร์ลีก

เลือดผีเข้มข้น!แกรี่ชู3แนวรุกแมนยูซีซั่น07-08โหดสุดตลอดกาลพรีเมียร์ฯ



แกรี่ เนวิลล์ ระบุ แนวรุกที่เก่งที่สุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก คือแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดซีซั่น 2007-08 พร้อมบอกว่าผิดหวังที่ในฤดูกาลต่อมา เตเวซ ไม่มุ่งมั่นเหมือนเดิม

    แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าแนวรุกของ "ปีศาจแดง" ชุดฤดูกาล 2007-08 อันประกอบไปด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์ และ คาร์ลอส เตเวซ คือชุด 3 แนวรุกที่เก่งที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    ซีซั่นดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้ฤดูกาลนั้นพวกเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือการที่ทั้ง โรนัลโด้, รูนี่ย์ และ เตเวซ ทำผลงานได้สุดยอดจนทำประตูในทุกรายการได้ 42 ลูก, 18 ลูก และ 19 ประตู ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มองว่า 3 แนวรุกชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ที่ประกอบได้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เหนือกว่า 3 แนวรุกชุดนั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด

    เนวิลล์ คนพี่ กล่าวตอนจัดรายการกับ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า "ในปีนั้น (ฤดูกาล 2007-08) เตเวซ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมร่วมกับ รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ ผลงานของพวกเขามันสุดยอดจนเหมือนว่าพวกเขามาจากนอกโลกเลย มันไม่ใช่แค่เพราะพวกเขามีคุณภาพที่ดีเท่านั้น แต่พวกเขาทั้ง 3 คนยังมีความเห็นแก่ตัวในทางที่ดี (หมายถึงการเห็นแก่ตัวในการทำประตูจนทำให้ยิงได้เยอะ) และยังมีความมุ่งมั่นที่ยอดเยี่ยมด้วย"

    "โรนัลโด้ เล่นในแนวทางที่ต่างออกไป เขาจะไม่ไปไล่เตะและทะเลาะกับคนอื่นๆ, ไม่ไปไล่ชนกับคนอื่นๆ เขาโชว์การเล่นทื่ยอดเยี่ยมมากๆ ออกมาได้ แต่ รูนี่ย์ กับ เตเวซ เป็นพวกประเภทนักสู้ข้างถนน แต่ก็ยังมีความสามารถที่ดีด้วย 3 แนวรุกชุดนั้นมันมีบางอย่างที่พิเศษ"

    "พวกเขาเป็น 3 แนวรุกที่ดีที่สุดตลอดกาลใน พรีเมียร์ลีก ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วมันไม่มี 3 แนวรุกชุดไหนที่สามารถเอาชนะ 3 คนนั้นได้ คุณจะยกตัวอย่างชุดของ มาเน่, ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน่ ขึ้นมาก็ได้ ซึ่งที่จริงผมชอบพวกเขามากๆ หรือจะยกตัวอย่างชุดของ (ราฮีม) สเตอร์ลิง, (เซร์คิโอ) อเกวโร่ และ (ลีรอย) ซาเน่ ของ ซิตี้ ขึ้นมาก็ได้ แต่พอคุณมองถึงชุดของ เตเวซ, รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ ในช่วงพีคของพวกเขาแล้วน่ะ คุณก็จะสัมผัสได้ทันทีว่าพวกเขาเก่งสุดๆ จนเหมือนมาจากนอกโลกเลย"

    อย่างไรก็ตาม อดีตฟูลแบ็กคนดังก็ตำหนิ เตเวซ เช่นกันว่าขยันและเล่นแบบจริงจังน้อยลงในซีซั่น 2008-09 จนทำให้ผลงานดร็อปลง โดยในฤดูกาล 2008-09 เตเวซ ทำประตูในทุกรายการได้ 15 ลูก "สิ่งที่ทำให้ผมหงุดหงิดเกี่ยวกับ เตเวซ คือการที่เขาดร็อปลงอย่างมากในฤดูกาลที่ 2 กับทีม เขาเริ่มเจ็บแบบออดๆ แอดๆ, มาซ้อมสาย, เริ่มสร้างความวุ่นวายไปทั่ว ตอนนั้นเขายังอยู่กับสโมสร และผมก็ทนเรื่องแบบนั้นไม่ไหว"

    "ผมเป็นคนที่จริงจังกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างมาก ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นเลย ในหัวของผมมีแค่เรื่องเกี่ยวกับ ยูไนเต็ด ในทุกวัน และผมก็หงุดหงิดกับการที่มีคนเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว แต่ไม่ได้เล่นด้วยสภาพที่ดีที่สุด ผมเข้าใจสถานการณ์ของเขาในตอนนั้นดี แต่ตอนนั้นทีมงานเอเยนต์ของเขาพูดบางอย่างใส่หูเขาอยู่ตลอด เขาโดนคนของเขาชักจูง และเรื่องแบบนั้นมันก็จะทำให้เกิดตอนจบแบบนั้น (เตเวซ ไม่อยู่กับทีมต่อ) อยู่เสมอ ในฐานะนักเตะอาชีพแล้วผมผิดหวังกับเรื่องนั้น เขาปฏิบัติตัวได้ไม่เหมาะสม"

เลื่อนขั้น! บาเยิร์นตั้งโคลเซรับบทมือขวาฟลิค



ตำนานดาวซัลโวตลอดกาลฟุตบอลโลก ถูกเสือใต้แต่งตั้งให้ขยับมารับบทมือขวาของเฮดโค้ชทีมชุดใหญ่

บาเยิร์น มิวนิค แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร เรื่องการแต่งตั้งให้ มิโรสลาฟ โคลเซ รับตำแหน่งผู้ช่วยคนใหม่ของกุนซือใหญ่อย่าง ฮันซี ฟลิค

อดีตกองหน้าระดับตำนานของเยอรมัน รับบทเป็นเทรนเนอร์ของเสือใต้ชุด U17 มาตั้งแต่ปี 2018 ก่อนจะได้เลื่อนขั้นมาเป็นมือขวาคนใหม่ของเฮดโค้ชทีมชุดใหญ่ โดยเขาจะเริ่มงานวันแรกตามสัญญาในวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป และจะหมดสัญญาในวันที่ 30 กรกฎาคม ในปี 2021

"ผมรู้สึกดีมาก ผมตั้งตารอคอยที่จะได้ทำภารกิจร่วมกับ ฮันซี ฟลิค ผมรู้จักกับเขามานานหลายปี ตั้งแต่ที่เราเคยร่วมงานกันในทีมชาติเยอรมัน เรามีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว"

สำหรับผมนี่คือขั้นตอนต่อไปในอาชีพโค้ช ผมหวังว่าจะสามารถใช้ประสบการณ์ของตัวเอง มาช่วยผลักดันให้บาเยิร์นบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ" อดีตดาวยิงวัย 41 ปี กล่าวผ่าน fcbayern.com

ทั้งนี้ โคลเซ เคยค้าแข้งกับบาเยิร์นในช่วงปี 2007-2011 โดยลงเล่นไปทั้งหมด 150 ยิงได้ 53 ประตู โดยเคยคว้าดับเบิ้ลแชมป์บุนเดสลีกาและเดเอฟเบ โพคาลได้ถึงสองรอบในปี 2008 และ 2010

ลือสนั่น! “ปานิช” ตกลงซบบาร์เซโลน่าเรียบร้อย

สื่อดังอิตาลีปูด มิราเล็ม ปานิช ห้องเครื่อง ยูเวนตุส ตอบตกลงแล้ว ที่จะย้ายไปร่วมก๊วน บาร์เซโลน่า หลังจบซีซั่นนี้ คาดจะเป็นดีลย้ายทีมแบบสลับขั้ว

    มิราเล็ม ปานิช กองกลางจอมปั่นฟรีคิกของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้ตอบตกลงที่จะย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังในศึก ลา ลีกา สเปน หลังจบฤดูกาลนี้เรียบร้อย ตามรายงานจาก กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    บาร์เซโลน่า เคยพยายามที่จะเซ็นสัญญากับ ปานิช มาแล้วหลายครั้ง และเที่ยวนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำได้สำเร็จ โดย กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต ระบุว่า ตอนนี้ ดาวเตะทีมชาติบอสเนียฯ วัย 30 ปี กับ บาร์ซ่า ตกลงกันได้เรียบร้อย

    เชื่อกันว่าดีลนี้จะเป็นการย้ายทีมแบบสลับตัว แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า บาร์เซโลน่า จะส่งนักเตะคนไหนไปแลก ซึ่งคาดว่าจะเป็นคนใดคนหนึ่งระหว่าง อาร์ตูร์, อาร์ตูโร่ วิดาล และ อีวาน ราคิติช

    ทั้งนี้ ปานิช ซึ่งย้ายมาจาก อาแอส โรม่า เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2016 ลงเล่นให้ "ม้าลาย" ไปแล้วทั้งสิ้น 167 นัด ทำได้ 22 ประตู

นโยบายของฟรีมีในโลก ! 11 แข้งฟรีเอเจนต์ที่ มูรินโญ่ เล็งเสริมแกร่ง

โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องเจอกับสถานการณ์ในการสร้างทัพ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แบบไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง หลังจากที่บอร์ดบริหารมีแผนการที่จะเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ด้วยการเน้นเซ็นสัญญากับนักเตะฟรีเอเจนต์เท่านั้น
 จากพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อสถานะด้านการเงินของทุกๆ สโมสร โดยเฉพาะ สเปอร์ส ที่มีการวางนโยบายรัดเข็มขัดอย่างหนัก แม้ว่าพวกเขาต้องการที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ในซีซั่น 2020/2021 ก็ตาม

 ด้วยเหตุนี้ สเปอร์ส จึงคิดแผนในการเสริมทัพที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยที่เสียตังค์น้อยที่สุดนั่นก็คือการมองหานักเตะฝีเท้าดีที่กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดปัจจุบันของพวกเขาในช่วงซัมเมอร์นี้  เพราะนั่นหมายความว่าทีมจะคว้าตัวมาร่วมทัพแบบไม่ต้องเสียค่าตัว

 ฉะนั้น "เดอะ ซัน" จึงได้มีการจัด 11 นักเตะที่กำลังจะการเป็นแข้งฟรีเอเจนต์ที่คาดว่า มูรินโญ่ พร้อมที่จะดึงตัวมาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยงานนี้สาวก "น้องไก่" จะถูกใจหรือไม่ต้องลองมาพิจารณากันดู
 
ผู้รักษาประตู : วอลเตอร์ เบนิเตซ

 นายด่านปราการสุดท้ายวัย 27 ปีจากสโมสรนีซ ซึ่งมีตัวแทนก็คือ มิโน่ ไรโอล่า ซูเปอร์เอเจนต์ระดับโลก ตกเป็นข่าวกับหลายๆ สโมสรชั้นนำในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยผลงานของเจ้าตัวน่าสนใจไม่น้อยเมื่อเสีย 36 ประตูพร้อมกับเก็บคลีนชีตได้ 4 เกม จากการเล่นในเกมลีก เอิง 26 แมตช์ ในฤดูกาลนี้ 
 
แบ็กขวา :  โธมัส มูนิเย่ร์

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกือบที่จะได้ตัวฟูลแบ็กชาวเบลเยียมมาเสริมแกร่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า สเปอร์ส กลายเป็นตัวเก็งเต็งหนึ่งที่จะได้ มูนิเย่ร์ มาร่วมทัพ โดยงานนี้ "เฮียมู" สนใจแข้งวัย 28 ปีรายนี้มาก เพราะอยากได้ตัวมาแทนที่ แซร์จ ออริเย่ร์ แบ็กขาวเลือดเฟร้นช์ ซึ่งเขาก็โดนทำแบบนี้ตอนเล่นให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
 
เซนเตอร์แบ็ก : มาล็อง ซาร์

 ต้องบอกเลยว่า เซนเตอร์แบ็ก วัย 21 ปีทำงานได้อย่างโดดเด่นกับ นีซ และด้วยเหตุนี้ทำให้เขามีข่าวกับ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามมีความเป็นไปได้ที่ สเปอร์ส จะฉกชิ้นปลามันรายนี้มาเสริมทัพ โดยดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นยู-21 ผ่านการฝึกปรือฝีเกือกจากอะคาเดมี่ของนีซ ซึ่งเข้ามาอยู่ตั้งแต่ 6 ขวบ จนตอนนี้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไปแล้ว 122 เกม
 
เซนเตอร์แบ็ก : โฮเซ่ หลุยส์ ปาโลมิโน่

 กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ ดูเหมือนจะลงหลักปักฐานกับชีวิตในประเทศอิตาลีได้แล้้ว หลังจากที่ย้ายมาเล่นให้ อตาลันต้า ในปี 2017 และกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของสโมสรโดยผ่านการเล่นให้ทีมมาแล้ว 100 แมตช์ ดาวเตะวัย 30 ปี พลาดลงสนามแค่ 6 เกมตลอดทุกรายการ และช่วยให้ อตาลันตา สร้างเซอร์ไพรส์ ทะลุเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้
 
แบ็กซ้าย : เลย์แว็ง คูร์ซาว่า

 สื่อหลายสำนักในสเปน อ้างว่า อาร์เซน่อล ให้ความสนใจ แบ็กซ้ายวัย 27 ปีของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างมาก แต่เรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น แถม คูร์ซาว่า ยังสนใจที่จะย้ายไปค้าแข้งกับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า กระนั้น สเปอร์ส ก็มีโอกาสที่จะดึงนักเตะมาเสริมทัพ หากมีการเจรจาและให้ข้อเสนอที่นักเตะสนใจ
 
มิดฟิลด์ : มาริโอ เกิทเซ่

 กองกลางทีมชาติเยอรมนี ผู้ซัดประตูชัยนำทัพ "อินทรีเหล็ก" คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 จะหมดสัญญากับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่นักเตะยังมีศักยภาพเต็มเปี่ยมและสามารถพัฒนาได้อีกเพราะอายุเพียงแค่ 27 ปีเท่านั้น สเปอร์ส มีข่าวกับ เกิทเซ่ ตั้งแต่เมื่อปี 2016 ตอนที่นักเตะย้ายจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค กลับคืนถ้ำ "เสือเหลือง"
 
มิดฟิลด์ : จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า

 มิดฟิลด์จอมเก๋าวัย 30 ปีเจ้าของฉายา "แจ็ค" ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการเล่นกัลโช่ เซเรีย อา โดยมิดฟิลด์ "ปีศาจแดง-ดำ" มีข่าวกับ อตาลันต้า, โตริโน่, โรม่า, ฟิออเรนติน่า และ นาโปลี ขณะที่ สเปอร์ส ก็จ้องที่จะดึงตัวมาช่วยทีม เพราะประสบการณ์ของนักเตะน่าจะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
 
มิดฟิลด์ : อดัม ลัลลาน่า

 มิดฟิลด์เทคนิคเยี่ยมจาก "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ปัจจุบัน อายุ 31 ปี และเตรียมโบกมือลาถิ่นแอนฟิลด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่งานนี้นักเตะจะไปจากทีมพร้อมกับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก หรือไม่ ? (เนื่องจากเกมลีกพักชั่วคราวจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และยังไม่รู้ว่าจะได้แข่งต่อหรือไม่) อย่างไรก็ตามตอนนี้นักเตะกำลังเนื้อหอม เพราะ เลสเตอร์ ซิตี้ สนใจอยากใช้บริการ อดีตแข้ง "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน งานนี้ มูรินโญ่ ต้องเปิดศึกนอกสนามกับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เพื่อแข้ง "ลัลล้า"
 
แนวรุก : วิลเลี่ยน

 สตาร์ลูกหนังชาวบราซิเลียน ปฏิเสธ "ไก่เดือยทอง" เพื่อย้ายไปเล่นกับ เชลซี ในปี 2013 และ 7 ปีหลังจากนั้น ดูเหมือนว่านักเตะจะได้กลับมารียูเนียนกับ มูรินโญ่ อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล ก็สนใจ วิลเลี่ยน แต่สิ่งสำคัญก็คือ สเปอร์ส กับ "ปืนโต" พร้อมจ่ายค่าเหนื่อย 120,000 ปอนด์ (ราว 4.56 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ตามที่นักเตะต้องการได้หรือเปล่า
 
หน้าเป้า : ดรีส์ เมอร์เท่นส์

 ช่วงที่ผ่านมามีรายงานว่า เชลซี พยายามติดต่อกับ ดาวยิงทีมชาติเบลเยียม แต่สุดท้ายแข้งวัย 32 ปี ยังคงอยู่กับ นาโปลี และตอนนี้เจ้าตัวก็ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทัพ "อัซซูร่า" ร่วมกับ มาเร็ค ฮัมซิค
 
แนวรุก : ไรอัน เฟรเซอร์

 แข้งฝีเท้าจัดจ้านจากบอร์นมัธ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดให้กับ "เดอะ เชอร์รี่ส์" เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ด้วยการซัดไป 8 ประตูและ 15 แอสซิสต์ แต่หลังจากที่มีข่าวว่าจะย้ายไปเล่นให้ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์นี้ ดาวเตะทีมชาติสกอตแลนด์ ก็พร้อมหดซัดไปเพียง 1 ประตูและ 4 แอสซิสต์ จากการเล่น 32 เกมในฤดูกาลนี้